วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ความลับของการนวดฝ่าเท้า และกดจุดฝ่าเท้า



ความลับของการนวดฝ่าเท้าและกดจุดฝ่าเท้า

เหตุใด? "การนวดฝ่าเท้า" จึงเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากร้านรวงหรือสถานความงามต่าง ๆ ที่นิยมให้บริการนวดฝ่าเท้า บางคนอาจคิดว่าเป็นเพราะเท้าต้องรับน้ำหนักตัวทุกวัน การนวดฝ่าเท้าจึงเป็นวิธีที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้ดีที่สุด
นอกจากเราจะได้รับความรู้สึกสบายจาก "การนวดฝ่าเท้า" แล้ว การนวดยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และยังช่วยบรรเทาโรคบางอย่างได้ด้วย เพราะฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของตำแหน่งอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย "การนวดและการกดจุดที่ฝ่าเท้า" อย่างถูกวิธี จึงทำให้เราได้รับความรู้สึกสบาย และยังช่วยทำให้อาการผิดปกติในร่างกายบางอย่างลดน้อยลง  ทำให้เราได้เป็นเจ้าของร่างกายที่มีสุขภาพดี และห่างไกลจากโรคร้ายที่จะมาเยี่ยมเยือน
ตราบใดที่เรายังต้องใช้เท้าย่ำเดินอยู่ "การนวดฝ่าเท้า" จึงเป็นการผ่อนคลายที่ดี และเมื่อได้รับการนวดที่ถูกต้องแล้ว ผลของการนวดก็จะทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกับร่างกายของเรา และเมื่อนั้นการนวดฝ่าเท้าก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราอย่างไม่ต้องสงสัย

ระบบการทำงานของร่างกายเรานั้นซับซ้อนยิ่งนัก แต่ละส่วนของอวัยวะมีกลไกที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์ ภาวะกดดันในบางจุดบางบริเวณของร่างกายสามารถส่งผลให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วยไปยังอีกส่วนได้ ซึ่งก็แน่นอนว่ามันหมายความว่าถ้าเราไม่ทำการกระตุ้นหรือบำบัดรักษาเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับในอีกจุดหนึ่งก็จะสามารถส่งผลดีไปยังส่วนที่มีปัญหาได้

"การนวดและกดจุดฝ่าเท้า" ได้รับการค้นพบมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วโดยแพทย์จีนแผนโบราณ  ทางยุโรปและอเมริกาก็มีการค้นพบต่อมาถึงเรื่องของจุดต่าง ๆ ที่บริเวณเท้าว่าสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างลึกซื้งกับการทำงานของกลไกในอวัยวะอื่น ๆ ทั่วทั้งร่างกาย

วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการศึกษาโดยละเอียดในเรื่องของกายวิภาคและพบว่า "การกดจุดหรือการนวดกระตุ้นฝ่าเท้า" ทำให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับได้จริง และนั้นคืออีกทางเลือกหนึ่งซึ่งเราจะสามารถบำบัดโรค และฟื้นฟูสุขภาพได้อีกทางหนึ่ง นอกจากจะมุ่งแต่การรักษาโดยใช้หยูกยาแต่เพียงอย่างเดียว

เมื่อ "การนวดและกดจุดฝ่าเท้า" มีผลสืบเนื่องไปยังอวัยวะภายในจึงได้ประโยชน์ที่ว่านอกจากจะบำบัดโรคภัยแล้วยังส่งผลถึงเรื่องความสวยงามได้อีกด้วย เพราะการที่คนเราจะมีผิวดีหรือผมสวยได้ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความมีประสิทธิภาพของการทำงานกลไกภายในเป็นสำคัญ สนใจเรียนนวดเท้าได้ที่

TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า


ศาสตร์การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

ศาสตร์การกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า ประเทศไทย ประชาชนชาวไทยเริ่มให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพตนเองเพิ่มมากขึ้นและหันมาพึ่งวิธีการรักษาแบบแผนโบราณ อันได้แก่ การรักษาโดยใช้ยาสมุนไพร การฝังเข็ม ประคบสมุนไพร นวดไทย นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า และวิธีอื่น ๆ อีกมากมายแทนการรับประทานยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนวดเท้านั้นมีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเล็งเห็นได้ถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการนวดเท้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การนวดเท้าเป็นวิธีการทางธรรมชาติโดยมิได้ใช้อุปกรณ์ใด ๆ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายประหยัดและปลอดภัย เป็นที่ประจักษ์กันมานานหลายปีแล้วว่าการนวดให้ผลการรักษาได้ ปัจจุบันการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าจึงจึดอยู่ใน “แพทย์ทางเลือก”
ประโยชน์จากการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

๑. รักษาสุขภาพให้ดีขึ้น
๒. ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ
๓. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้ออย่างลึก ๆ
๔. กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและสนับสนุนการทำงานของต่อมน้ำเหลือง
๕. กระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย
๖. ปรับสมดุลของร่างกายให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ
๗. ช่วยบำบัดและบรรเทาอาการเจ็บป่วยของร่างกาย
๘. ปรับอุณหภูมิของร่างกายให้เป็นปกติ
๙. ขับของเสียออกจากร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย
๑๐. ปรับการทำงานของประสาทส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
๑๑. ป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
๑๒. ปรับฮอร์โมนของร่างกายให้เป็นปกติ เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ
๑๓. ช่วยฟื้นฟูและผลักดันให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น
วิธีการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

จะใช้นิ้วหรือข้อนิ้วมือกดลงบนจุดสะท้อนที่เท้า ซึ่งเรียกว่าปลายประสาท จุดสะท้อนที่เท้ามีทั้งหมด ๖๒ จุด แต่ละจุดเป็นปลายประสาท ที่เชื่อมโยงไปยังอวัยวะที่สำคัญในร่างกายทั้งหมด ๖๒ อย่าง และมีความรู้สึกรับรู้ทั้งหมด ๖๒ แบบ หากทำการกระตุ้นที่จุดสะท้อนใดย่อมสะท้อนไปยังอวัยวะที่สัมพันธ์กับจุดสะท้อนนั้น ๆ โดยตรงต่ออวัยวะหนึ่งเป็นผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ระบบต่อเนื่อง และการปรับสมดุล ส่งผลให้เกิดความฟื้นฟูและผลักดันให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น กระบวนการดังกล่าว บรรลุผลโดยผ่านระบบเลือดหมุนเวียนเป็นสำคัญ

ข้อควรระวัง

๑. ห้ามนวดตอนอิ่มจัด หรือหิวจัด
๒. มีปัญหาขั้นโคม่า
๓. กระดูกเท้าแตก มีหนอง
๔. มีความดันสูงมาก
๕. หญิงมีครรภ์
การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า มีการนวด ๗ ระบบ ได้ผลดีคือ

๑. ระบบการขับถ่าย อุจจาระ และปัสสาวะ
๒. ระบบสมอง เครียด ความดันสูง นอนไม่หลับ จำดี
๓. ระบบฮอร์โมน เช่น วัยทอง ปวดประจำเดือน
๔. ระบบการฟัง การดม เช่น มีปัญหาตา หู จมูก สายตาสั้น นวดจะได้ผล
๕. ระบบประสาทไขสันหลัง เช่น เมื่อย ปวดหลัง อัมพฤกษ์ อัมพาต
๖. ระบบต่อมน้ำเหลือง เช่น ยุงกัดหายช้า
๗. ระบบภูมิต้านทาน ถ้าภูมิต้านทานต่ำ นวดกดจุดสะท้อน ภูมิต้านทานจะสูง

การกดจุดรักษาโรคเด็ก

ความจริงแล้วชาวจีนได้ใช้วิธีนวดรักษาสำหรับเด็กมาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการรักษาโรคเด็กด้วยวิธีกดจุดมากมาย เช่น ปวดศีรษะ ตาลาย ปวดท้อง ท้องผูก แก้ไอ ปวดไหล่ คัดจมูก ปวดฟัน เหนื่อยเพลียจนขี้เกียจ วิงเวียน หน้ามืดตาลาย ปัสสาวะรดที่นอน และมือเท้าเย็น เป็นต้น จะได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง
กระบวนการสะท้อนกลับของเท้า “FOOT REFLEXOLOGY”
เป็นกระบวนการที่สัมพันธ์ภายในร่างกายของมนุษย์ กล่าวคือ เท้ามนุษย์เรามีตำแหน่งการตอบสนองต่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับทุกส่วนของร่างกาย ดังนั้น การนวดกดจุดตำแหน่งต่าง ๆ ที่เท้า จึงสามารถวินิจฉัยได้ว่าส่วนใดของร่างกายเกิดความไม่สมดุลขึ้น ทำให้การทำงานของอวัยวะ ต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ระยะเวลาในการบำบัด

๑. สามารถนวดได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ
๒. สามารถนวดได้ทุกวัน วันละ ๒ ครั้ง ต้องเว้น ๖ ชั่วโมง
๓. นวดแล้วเท้าจะอุ่น อย่าเพิ่งโดนน้ำทันที ให้เลือดไหลเวียนก่อนเพราะอุณหภูมิของเท้าปรับไม่ทันอาจจะทำให้เป็นไข้ได้
ค่าใช้จ่ายในการนวดและกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

๑. นวดฝ่าเท้า ๑ ชั่วโมง ๓๕๐ บาท
๒. นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ารักษา ๑ อาการ ๔๕๐ บาท

รายได้จากการรักษาพยาบาล

สมทบกองทุนโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ สำหรับ พระภิกษุ สามเณร ในพระราชูปถัมภ์ฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อพระสงฆ์ สามเณรอาพาธ ร.พ.๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จังหวัดอุบลราชธานี

TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่

การนวดฝ่าเท้า



ประวัติการเกิดการนวดฝ่าเท้า 

นับเป็นเวลากว่า 3,000 ปีมาแล้ว ชาวจีนเชื่อว่าฝ่าเท้าเปรียบเสมือนกระจกส่องสุขภาพและปัจจุบันการนวดกดจุดฝ่าเท้า (Reflexology) ได้รับการยอมรับว่า สามารถใช้รักษาหรือร่วมกับการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างได้ผล เพื่อปรับการทำงานของอวัยวะให้สู่สภาพสมดุลตามปกติ ซึ่งเราสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง นอกจากจะนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคแล้ว แม้ว่าคุณจะไม่ได้เจ็บป่วยอะไร ถ้าหมั่นนวดกระตุ้นทั่วฝ่าเท้าทั้งสองข้างอยู่เป็นประจำ วันละ 10 – 20 นาที ก็จะช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง มีความต้านทานโรคเพิ่มขึ้นวิธีนวดกดจุดโดยใช้แท่งไม้วางแท่งไม้ลงตรงบริเวณที่จะนวดกระตุ้นแล้วค่อย ๆ ออกแรงกดช้า ๆ พอให้รู้สึกเจ็บบริเวณนั้น ค่อย ๆ ผ่อนแรงกด แล้วนวดกระตุ้นซ้ำอีก ระยะเวลานวดแต่ละครั้งของการรักษาประมาณ 20 – 30 นาที ก่อนการนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคใดก็ตามจะต้องนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนของเส้นประสาทช่องท้อง (บริเวณกลางฝ่าเท้า) ก่อนทุกครั้งประมาณ 3 – 5 นาที จะทำให้ระบบประสาทร่างกายผ่อนคลาย ผลการรักษาดีขึ้น แล้วจึงนวดรักษาจุดอื่น ๆ ที่ต้องการโรคที่สามารถรักษาได้ปวดศีรษะ ปวดไหล่ต้นคอ คัดจมูก นอนไม่หลับ ท้องผูก หอบหืด หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ตับอักเสบเรื้อรัง เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง ต่ำ หวัด ภูมิแพ้ แผลในกระเพาะอาหาร ศรีษะล้าน อ้วน เครียดวัยหมดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ พัฒนาความจำเสริมภูมิต้านทานร่างกาย ชะลอความแก่  ข้อควรระวังในการรักษาด้วยวิธีนวดกดจุดฝ่าเท้าให้ร่างกายอยู่ในสภาพผ่อนคลายไม่ตึงเครียด อยู่ในสถานที่อบอุ่นสบาย ล้างมือ ล้างเท้าให้สะอาด ถอดเข็มขัด นาฬิกา แหวน ฯลฯ ไม่ควรนวดในช่วงกินอาหารเสร็จใหม่ ๆ ขณะร่างกายกำลังอ่อนเพลียมาก ภายหลังดื่มสุราหรือภายหลังอาบน้ำเสร็จทันทีโรคที่ไม่ควรรักษาด้วยวิธีนวดกดจุดฝ่าเท้าโรคติดเชื้อ ไข้สูง โรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงต่าง ๆกระดูกหัก โรคหลอดเลือด หลอดน้ำเหลืองอักเสบหรืออุดตันความลับของการนวดฝ่าเท้าระบบการทำงานของร่างกายเรานั้นซับซ้อนยิ่งนัก แต่ละส่วนของอวัยวะมีกลไกที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์ภาวะกดดันในบางจุดบางบริเวณในร่างกายสามารถส่งผลให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วยไปยังอีกส่วนได้ ซึ่งก็แน่นอนว่ามันหมายความว่าถ้าเราไม่ทำการกระตุ้นหรือบำบัดรักษาเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับในอีกจุดหนึ่งก็จะสามารถส่งผลดีไปยังส่วนที่มีปัญหาได้สามารถบำบัดโรค และฟื้นฟูสุขภาพได้อีกทางหนึ่ง นอกจากจะมุ่งแต่การรักษาโดยใช้หยูกยาแต่เพียงอย่างเดียวเมื่อการนวด และกดจุดเท้ามีผลสืบเนื่องไปยังอวัยวะภายในจึงได้ประโยชน์ที่ว่านอกจากจะบำบัดโรคภัยแล้วยังส่งผลถึงเรื่องความสวยความงามได้อีกด้วย เพราะการที่คนเราจะมีผิวดี หรือผมสวยได้ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความมีประสิทธิหภาพของการทำงานของกลไกภายในเป็นสำคัญ 

ประโยชน์ของการนวด และกดจุดฝ่าเท้า

1. สามารถขจัดความกดดันและเมื่อยตึงของกล้ามเนื้อ

2. ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย สลายเครียด 

3. เป็นเสมือนการล้างพิษทางผิวหนัง ช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับของเสียออกมาทางผิวหนัง 

4. ช่วยกระตุ้นให้โลหิตมีการไหลเวียนได้ดีไปยังทั่วทุกส่วน

5. กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท

6. ปรับความสมดุลให้เนื้อเยื่อต่างๆ

7. เพิ่มพลังงานและสมรรถภาพการทำงานภายในของอวัยวะต่างๆ

8. กระตุ้นเซลล์ผิวหนัง จึงมีผลให้ผิวพรรณแข็งแรงเปล่งปลั่ง กระตุ้นการทำงานของต่อม  ไทรอยด์ มีผลต่อฮอร์โมน และอารมณ์ของคนเรา

9. ช่วยให้สมองคลายเครียด ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

10. เพิ่มพลังสมอง แก้ไขปัญหาความจำ 

11. มีผลต่อข้อและเอ็นต่างๆ ทำให้เคลื่อนไหวดีมีความยืดหยุ่นพอเหมาะ 

12. บำบัดหรือบรรเทาความเจ็บไข้ไม่สบายต่างๆ 

ตับกับนิ้วหัวแม่เท้า

ตามตำราของแพทย์จีนเชื่อว่า นิ้วหัวแม่เท้ากับตับนั้นมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันการหมั่นนวดนิ้วหัวแม่เท้าเป็นประจำ สม่ำเสมอจึงเท่ากับว่าเป็นการบริหารดูแลสุขภาพตับด้วยส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับนิ้วหัวแม่เท้า ก็มักจะมีปัญหาสุขภาพที่ตับด้วย เช่น ถ้านิ้วหัวแม่เท้าแข็งกระด้างมาก ก็มีความเป็นไปได้ว่า บุคคลนั้นอาจจะป่วยเป็นโรคเบาหวานกระเพาะอาหารนิ้วชี้ หรือนิ้วที่ 2 วงการแพทย์จีนเชื่อว่า นิ้วนี้มีความเกี่ยวพันกับกระเพาะอาหารโดยตรง ความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดกับกระเพาะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ที่มักเป็นกันอยู่บ่อยๆ หรืออาการรุนแรงอย่างโรคมะเร็ง นิ้วชี้ก็สามารถบอกความผิดปกตินั้นได้ เช่น หากเป็นมะเร็ง นิ้วชี้จะแข็งมาก ไม่มีความยืดหยุ่น เป็นต้น ดังนั้นการบริหารกดนวดนิ้วชี้อย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นการบริหารกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารให้มีความแข็งแรงทำงานเป็นปกติ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงด้วย 

ปวดเอวและก้นกบ 

การนั่งนานๆ อย่างสาวออฟฟิศทั้งหลาย มักจะประสบปัญหาของอาการปวดบริเวณเอวและก้นกบกันอยู่บ่อยๆ วิธีการกดจุดบรรเทาอาการนี้ จะกดจุดบริเวณส้นเท้าด้านฝ้าเท้าและข้อเท้าด้านบน ซึ่งเป็นจุดที่ว่างผลต่อเอวและก้นกบ การนวดบริเวณฝ่าเท้าให้ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดให้ทั่วสัก 10 นาที และการนวดข้อเท้า ให้ใช้นิ้วทั้งหมด 4 นวดสัก 10 นาทีการทำเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการปวดเอวและก้นกบได้เป็นอย่างดี 

ปวดตามข้อ 

อาการปวดตามข้อมักเกิดจากการออกกำลังกายที่หักโหมหรือใช้กล้ามเนื้อบริเวณข้อรับน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งอาการนี้เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต ดังนั้นการกดจุดเพื่อรักษาอาการปวดตามข้อ จึงต้องนวดบริเวณที่ส่งผลต่อระบบเลือด ซึ่งตำแหน่งนี้จะอยู่หลังเท้าข้างซ้ายตรงกลางพอดี วิธีกด ให้ใช้ท้องนิ้วหัวแม่มือกด ไม่ต้องออกแรงมาก เพราะจุดนี้อยู่ตื้นๆจึงไม่จำเป็นต้องออกแรงมาก การออกแรงมากอาจทำให้มีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้ 

เส้นเลือดขอด 

ผู้ที่ยืนนานๆ หรือสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอดมากกว่าคนทั่วไป การนวดเท้าตรงตำแหน่งที่ส่งผลต่อน่องจะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการเส้นเลือดขอดได้ โดยให้ใช้ท้องนิ้วหัวแม่มือวางลงตรงด้านนอกเท้าบริเวณปลายกระดูกส้นเท้า จากนั้นออกแร


TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าแก้โรคเบาหวาน



กดจุดเท้าแก้เบาหวาน

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases : NCDs) ที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก โดยสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การบริโภคอาหาร และขาดการออกกำลังกาย จากการสำรวจข้อมูลของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) พบผู้ที่เป็นเบาหวาน 382 ล้านคน และคาดว่าในปี พ.ศ.2578 จะเพิ่มขึ้นเป็น 592 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีอายุระหว่าง 20-79 ปี ซึ่งจากการสำรวจในปี พ.ศ.2553 พบว่ามีจำนวน 285 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 439 ล้านคนในอีก 20 ปี ข้างหน้า ซึ่งร้อยละ 60 เป็นชาวเอเชีย โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 72 ล้านคน เป็น 123 ล้านคนในปี พ.ศ.2578 หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70

เบาหวานเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางด้านร่างกาย แม้ว่าจะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตในทันที แต่ภาวะแทรกซ้อนอันเกิดจากเบาหวานนั้น ทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่ทำให้เกิดแผลที่เท้าส่วนใหญ่คือ ความเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวหนังแตกแห้งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดแผลที่เท้าได้ง่าย การเสื่อมของระบบประสาทส่วนปลายในผู้ที่เป็นเบาหวาน เกิดจากากรมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานไปเกาะเนื้อเยื่อไขมัน ที่ห่อหุ้มบริเวณปลอกเซลล์ประสาท ทำให้ความสามารถในการนำส่งสัญญาณประสาททำได้ช้าลง นำไปสู่ภาวะปลายประสาทเสื่อม การรับความรู้สึกและการรับสัมผัสช้าลงหรือเสียไป เราจึงเห็นว่าผู้ป่วยเบาหวาน จึงมักเจออุบัติเหตุที่เท้าบ่อยๆ เช่น ถูกไม้ปิ้งลูกชิ้นทิ่มตำ และเกิดเป็นแผลที่เท้าได้ง่าย ลุกลามเร็ว เพราะเนื้อเยื่อของร่างกายหวาน แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย แผลจึงหายยาก จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียขาและเท้ามากที่สุด เมื่อเกิดแผลที่เท้าแล้ว จะมีโอกาสเกิดแผลที่เท้าซ้ำถึงร้อยละ 34 ภายใน 1 ปี ร้อยละ 61 ภายใน 3 ปี และสูงถึงร้อยละ 70 ภายใน 5 ปี

จากสถิติของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติพบว่า ผู้ที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงจะถูกตัดขามากกว่าผู้ที่ไม่เป็นเบาหวาน ถึง 25 เท่า โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่าร้อยละ 70 ของการถูกตัดขา มีสาเหตุมาจากเบาหวาน สำหรับในประเทศไทยพบผู้ที่เป็นเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางเท้าร้อยละ 26.75

การรักษาเบาหวานปัจจุบันมี 2 แนวทางหลัก คือ การไม่ใช้ยาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการใช้ยาทั้งชนิดเม็ดรับประทาน และ/หรือ ยาฉีดอินซูลิน ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่นำมาใช้กับผู้ที่เป็นเบาหวาน ส่วนใหญ่มีความครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคอาหารหรือควบคุมอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมการใช้ยา และการจัดการความเครียด

เบาหวานกับการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

เนื่องจากปัญหาสุขภาพของผู้ที่เป็นเบาหวาน ที่ยังไม่สามารถควบคุมด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ยาได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนจึงหันมาแสวงหาทางเลือกอื่นเข้ามาช่วย ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์ทางเลือกแบบตะวันออก เช่น การใช้สมุนไพร การฝังเข็ม การทำสมาธิ การนวด เป็นต้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่า มีการใช้แพทย์ทางเลือกกว่าร้อยละ 60 เนื่องจากผู้ที่เป็นเบาหวานมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้แพทย์ทางเลือก และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงร้อยละ 70 ซึ่งการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า เป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และกระตุ้นไปยังอวัยวะที่เป็นตัวแทนของร่างกาย เพื่อปรับสมดุลการทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ทั้งยังช่วยให้พลังโคจรไปตามแนวเส้นโคจรพลังได้สะดวก ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่า ถ้าพลังลมปราณเดินได้สะดวก บุคคลนั้นจะมีสุขภาพดี หากพลังอุดกั้นตรงบริเวณใดก็จะเกิดโรคกับอวัยวะบริเวณนั้นๆ

ในระหว่างกระบวนการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า ผู้ที่ทำการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า สามารถบอกได้ว่าเส้นโคจรพลังนั้น มีการอุดกั้นที่จุดใด นั่นคือการตรวจพบเม็ดทราย (Micro crystal) คือ มีการสะดุดและรับรู้ ด้วยการกดด้วยไม้กดจุดฝ่าเท้า โดยรู้สึกดังกึกๆ ฝรั่งจะเรียกตรงนี้ว่า Click sound ซึ่งเชื่อว่าเม็ดทรายนี้ เกิดจากการสะสมของกรดแลคติก กรดยูริก หรือเกิดจากแคลเซียมเข้าไปจับเกาะ ซึ่งผู้นวดสามารถใช้ไม้กดให้แตกออกได้ เมื่อกดให้แตกเป็นเม็ดเล็กๆ แล้ว มันสามารถดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสโลหิต และถูกขจัดออกมาทางไต และท่อไตปนออกมากับน้ำปัสสาวะ ดังนั้น การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า จึงมีกลไกในการกำจัดของเสีย เราจึงแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นๆ ภายหลังนวดเสร็จ เพื่อให้ของเสียหรือเม็ดทรายเล็กถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่นำการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ามาช่วยในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้น ให้การดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม (Bio-Psycho-Social) ในการปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะต่งๆ ในร่างกาย โดยอาศัยหลักแนวคิดปรัชญาตะวันออก ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่กล่าวถึงการไหลเวียนของพลัง ที่ไม่ติดขัดทำให้มีสุขภาพดี การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า เป็นกระบวนการถ่ายทอดพลังไปตามเส้นโคจรพลัง พลังไหลสะดวก ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เซลล์ต่างๆ ได้รับสารอาหารและออกซิเจนได้ดีขึ้น การทำงานของอวัยวะและต่อมต่างๆ ภายในร่างกายกลับสู่ภาวะสมดุล ระบบต่อมไร้ท่อประสาท และกล้ามเนื้อทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อาการปลายประสาทเสื่อมดีขึ้น ลดอาการชาได้

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า มีผลในการกระตุ้นปลายประสาทโดยตรง ทำให้การส่งสัญญาประสาทเร็วขึ้น มีผลต่ออวัยวะต่างๆ ที่เส้นประสาทไปเลี้ยงโดยตรง และยังเกิดการกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง ซึ่งจะอยู่ในเยื่อบุผิวหรือเนื้อเยื่อรับความรู้สึกของความรู้สึกต่างๆ ส่งข้อมูลออกไปทางประสาทอัตโนมัติ เมื่อได้รับการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า จะทำให้กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติพาราซิมพาเธติค มีผลทำให้เส้นเลือดที่ผิวหนังขยาย กล้ามเนื้อคลายตัว เซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้รับสารอาหาร และออกซิเจนอย่างเพียงพอ อวัยวะต่างๆ ทำงานอย่างสมดุล แก้ไขปัญหาปลายประสาทเสื่อม ลดอาการชาเท้าได้

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าในการวิจัยครั้งนี้ จะเริ่มต้นด้วยการปรับสมดุลของร่างกาย โดยจะทำการนวดกดลงไปยังจุดที่เป็นตัวแทนอวัยวะต่างๆ ทั้ง 62 จุด เพื่อให้พลังไหลเวียนดี จากนั้นจึงมาเน้นอีก 26 จุดสำคัญใต้ฝ่าเท้า เพื่อปรับสมดุลของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และช่วยขจัดสิ่งที่ขัดขวางการไหลเวียนของพลัง ทำให้ร่างกายทำงานได้ปกติ กล้ามเนื้อผ่อนคลาย การไหลเวียนเลือดดี ส่งผลให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนอิพิเนฟริน (epinephrine) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) อยู่ในระดับพอดี ทำให้หลอดเลือดคลายตัว หัวใจเต้นช้า การหลั่งคอร์ติซอล (cortisol) ลดลง ทำให้การสังเคราะห์น้ำตาลในเลือดและระดับ Hba(1c) ลดลงด้วย นอกจากนี้ยังกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าซ้ำอีก 13 จุด ซึ่งประกอบด้วยจุดศูนย์รวมประสาท สมองต่อมใต้สมอง กระดูกสันหลัง หัวใจ ปอด กระบังลม ตับ ตับอ่อน ต่อมหมวกไต ไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ เพื่อกระตุ้นซ้ำจุดที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด และการไหลเวียนของเลือดที่ดีสามารถไปสู่เซลล์ต่างๆ ได้ ส่งผลให้การทำงานของระบบประสาทและกลมเนื้อดีขึ้น ช่วยลดการสูญเสียความรู้สึกและลดแรงกดที่เท้าผิดปกติ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เตรียมตัวก่อนนวด

ข้อพึงปฏิบัติในการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าในผู้ป่วยเบาหวานมีดังต่อไปนี้

 ผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาวะอิ่มข้าวใหม่ๆ เพราะผู้ป่วยจะผะอืดผะอม ไม่สบายท้อง บางรายอาจมีคลื่นไส้อาเจียนได้

 ล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ เพราะผู้ป่วยเบาหวานผิวแห้งง่าย ไม่ควรเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะเพิ่มความแห้งให้กับผิวหนังเสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่าย

 กรณีที่มีแผลเปิดบริเวณเท้า ไม่ควรทำการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ให้เลี่ยงไปนวดกดจุดสะท้อนที่ฝ่ามือแทน

 สำหรับเตียงนอนนวด ศีรษะต้องสูงกว่าปลายเท้า หากศีรษะต่ำกว่าปลายเท้า หลังนวดอาจพบอาการปวดศีรษะได้

 ไม่ทำการนวดในหญิงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก เพราะอาจทำให้แท้งได้ เนื่องจากมดลูกบีบรัดตัวแรงขึ้น แต่ประโยชน์ตรงนี้หากนวดขณะเจ็บท้องคลอด จะทำให้ปากมดลูกเปิดเร็ว และการเจ็บท้องคลอดจะน้อยลง

ในการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า เพื่อลดน้ำตาลในเลือด จากการวิจัยแนะนำให้นวดทุกวัน วันละ 30 นาที เพราะการนวดเปรียบเสมือนการรับประทานยา เพื่อให้ระดับการออกฤทธิ์ของยาในกระแสเลือดมีความต่อเนื่องและคงที่  การนวดนั้นผู้ป่วยสามารถนวดด้วยตัวเองได้ แต่หากมีลูกหลานช่วยนวดให้ ผู้ป่วยจะรู้สึกสุขสบายมากกว่า และการให้ลูกหลานหรือคนในครอบครัวนวดให้นั้น เป็นไปด้วยความปรารถนาดีที่ต้องการให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีด้วยใจเต็มร้อย เพราะการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าเป็นการถ่ายทอดพลังบวก ให้กับผู้ป่วยด้วยสองมือและหนึ่งใจ หากมีใจเต็มร้อยผู้ป่วยก็จะได้รับพลังที่ดีและมีประสิทธิภาพ

TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่

การนวดเท้า สุขภาพที่ดีเริ่มจากปลายเท้า

การนวดเท้าสำคัญอย่างไร

ใครหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าการนวดเท้าและกดจุดต่างๆตามฝ่าเท้าไม่เพียงแต่ช่วยผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังช่วยบำบัดโรคได้อีกด้วย โดยศาสตร์แห่งการนวดเท้านี้มีมาเป็นเวลาช้านาน เกิดจากการนวดจุดกดฝ่าเท้าพร้อมๆกับการฝังเข็มที่ช่วยบำบัดโรคต่างๆที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดจากยาแผนปัจจุบันได้ ศาสตร์แห่งการนวดเท้าได้แพร่หลายทั่วทวีปเอเชีย ไปจนถึง ยุโรปและอเมริกา โดยประเทศไทยได้มีการนำหลักการนวดเท้าเพื่อสุขภาพมาประยุกต์ใช้กับแผนจีน

ศาสตร์ของการนวดเท้าและกดจุด

โดยทั่วไปนั้นศาสตร์แห่งการนวดเท้าได้แบ่งเป็น 2 อย่างหลักๆคือ การนวดเท้าเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และการกดจุดที่เท้า โดยการกดจุดที่เท้าจะเป็นการกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆกลับมาทำงานตามปกติ เป็นการปรับสมดุลในร่างกายจากการกดจุดหรือตำแหน่งในการสะท้อนนั้น โดยที่ปลายประสาทจะมีทั้งหด 62 จุด เป็นจุดสะท้อนที่เชื่อมโยงกับอวัยวะต่างๆในร่างกาย

ประโยชน์ของการนวดเท้า

เท้าเป็นส่วนหนึ่งที่รองรับน้ำหนักของตัวเรา และคอยรักษาสมดุลในการเดิน การทรงตัว การเดินและการนวดเท้าบ่อยๆทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้นส่งเสริมทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยทั่วไปการนวดเท้านั้นจะทำเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและป้องกันโรคต่างๆ หลักการของมันคือการกดจุดสะท้อน กระตุ้นอวัยวะและระบบต่างๆในร่างกายให้ฟื้นฟูด้วยตัวเอง

รองเท้าทั่วไป

รองเท้าทั่วไปไม่ว่าจะเป็นผ้าใบ คัชชู หรือส้นสูง มักออกแบบให้เกิดความสะดวกสบายและสวยงามในการสวมใส่ แต่ไม่ได้คำนึงถึงศาสตร์ของการนวดเท้าเป็นหลัก ถ้ารองเท้าที่มีปลายแหลมบีบนิ้วโป้งมากๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งปลายจมูก็อาจทำให้ติดขัดเรื่องระบบทางเดินหายใจได้ หรือถ้าใส่รองเท้าที่แน่นจนบีบนิ้วก้อยมาเกินไปก็จะมีผลกระทบโดยตรงถึงไหล่ได้ หรือคนที่ใส่ส้นสูงมากๆบ่อยๆก็อาจมีปัญหาเรื่องเอ็นร้อยหวายตึง คอแข็ง มึนศรีษะ และมีปัญหาเกี่ยวกับรอบเดือนได้ การเลือกรองเท้าที่ดีจึงมีผลต่อสุขภาพที่ดีเช่นกัน

รองเท้าเพื่อสุขภาพ

เพราะฝ่าเท้าคือแหล่งและศูนย์รวมของตำแหน่งอวัยวะต่างๆในร่างกาย การนวดและกดจุดที่ฝ่าเท้า จะช่วยบรรเทาอาการผิดปกติของร่างกาย ถ้าคุณได้รับการกดจุดที่ถูกวิธี คุณจะรู้สึกสบายมีร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลโรคร้าย โดยรองเท้าเพื่อสุขภาพนี้ ได้ถูกออกแบบมาอย่างดี เพื่อให้คุณได้ปรับสมดุลร่างกายผ่านปุ่มนวดบนแผ่นรองเท้า นวดได้ตรงจุดขณะทำอิริยาบถต่างๆ ทำให้อวัยวะภายในทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสามารถนำมาใส่เดินในชีวิตประจำวันได้ เพียงแค่ใส่วันละ 15 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และบรรเทาอาการเมื่อยของกล้ามเนื้อต่างๆ

ข้อควรระวังในการนวดเท้าและการใช้รองเท้าเพื่อสุขภาพ

ห้ามนวดหลังดื่มสุรา หลังอาบน้ำ หรือ เพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ต้องรอให้ร่างกายปรับตัวอยู่ในสภาวะปกติก่อน และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เหนื่อยหอบ อ่อนเพลียง่ายควรมีญาติดูแลใกล้ชิดในขณะที่นวดเท้าหรือใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพนี้ เพื่อป้องกันการล้ม นอกจากนี้บุคคลที่มีแผลเปื่อยที่เท้า มีกระดูกหัก เท้าหัก ควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพ จนกว่าจะหายดี
TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่

ประโยชน์ของการนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ


คุณทราบไหมว่าการนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ได้ เช่น ระงับอาการปวดหลัง ท้องอืด หรือช่วยให้หลับสบายขึ้น วิธีบำบัดนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการศึกษาวิจัยของ Complementary Therapies in Nursing and Midwifery เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า การนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยให้คนร้อยละ 30 นอนหลับสบายขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยคนร้อยละ 23 ให้หายจากอาการปวดต่างๆ ได้ ผลการวิจัยยังพบอีกด้วยว่าร้อยละ 91 ของคนที่นวดกดจุดฝ่าเท้าบอกว่าการนวดดังกล่าวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
ประโยชน์ของการนวดฝ่าเท้า "เพื่อสุขภาพ"
ตามทฤษฎีกล่าวว่าเท้าของเราเหมือนจุดพักของร่างกาย เพราะเป็นที่รวมของจุดสิ้นสุดของเส้นปลายประสาทต่างๆ ที่วิ่งผ่านร่างกาย การนวดฝ่าเท้าคล้ายกับการฝังเข็มเพราะเป็นการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งโดยการใช้นิ้วมือหรือเครื่องมืออื่นๆ กดนวดกระตุ้นฝ่าเท้ารวมทั้งหลังเท้าและข้อเท้าตามตำแหน่งพื้นที่สะท้อนอวัยวะนั้นๆ เพื่อปรับการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ให้กลับสู่สภาพสมดุลตามปกตินั่นเอง เนื่องจากมีจุดสะท้อนของอวัยวะภายในร่างกายที่ฝ่าเท้าและเท้า เช่น บริเวณนิ้วหัวแม่เท้าเป็นพื้นที่สะท้อนของศีรษะ เป็นต้น
การนวดกดจุดฝ่าเท้าจึงเป็นการช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายดีขึ้น ส่งผลให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์และปรับสภาวะสมดุลของร่างกายทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
การนวดกดจุดฝ่าเท้าเริ่มจากตรวจดูตำแหน่งที่มีปมใต้ผิวหนังบริเวณเท้า เรียกปมนี้ว่า "Crystalline" อยู่ใต้ผิวหนังลึกลงไป ถ้าอยู่ตรงตำแหน่งใดก็หมายถึงอวัยวะตามแผนผังบนฝ่าเท้านั้นมีปัญหา ซึ่งปมเหล่านี้เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บมากแม้จะกดเบาๆ ก็ตาม การกดเพื่อรักษาจะใช้ขอบของนิ้วกดลงไปแล้วหมุนนิ้วตามเข็มนาฬิกากดลงไปลึกๆ โดยไม่ทำให้เจ็บแต่เน้นจุดนั้นเพียงสั้นๆ แล้วพัก
ในการนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคไม่ว่าจะนวดเพื่อรักษาโรคใดๆ ก็ตาม จะต้องนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนของเส้นประสาทช่องท้อง (บริเวณกลางฝ่าเท้า) ก่อนทุกครั้งประมาณ 3-5 นาที เพราะจะทำให้ระบบประสาทภายในร่างกายเกิดอาการผ่อนคลายและช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น จากนั้นจึงนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนบริเวณอื่นๆ ตามต้องการต่อไประยะเวลาในการนวดกระตุ้นจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที อาจจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
จำนวนครั้งของการรักษาจะแตกต่างกันไป บางรายนวดเพียงครั้งเดียวอาการเจ็บป่วยก็อาจจะบรรเทาลง แต่บางรายอาจต้องนวดรักษาทุกวันติดต่อกันโดยทั่วๆ ไป ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 10-12 วัน นอกจากจะนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคแล้ว ผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วยถ้าได้รับการนวดกระตุ้นฝ่าเท้าทั้งสองข้างเป็นประจำทุกวัน วันละ 10-20 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงมีความต้านทานโรคเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่

วิธีนวดฝ่าเท้า เพื่อการผ่อนคลาย ด้วยตัวเอง



การนวดฝ่าเท้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งเท้าก็เป็นอวัยวะที่เราใช้งานเป็นประจำ และบางคนอาจจะใช้ทั้งวันตลอดการทำงานที่ต้องยืนและเดิน ดังนั้น เท้าของเราย่อมปวดย่อมเมื่อยเป็นธรรมดา

        เรามาทำความรู้จักการนวดฝ่าเท้าแบบถูกวิธีและได้ผล หายปวดหายเมื่อยกันดีกว่า


        อันดับแรก ควรเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อให้เราสามารถนวดได้สะดวกและเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ในการนวด โดยหลักๆ อาทิเช่น
   
       เก้าอี้ : ควรมีพนักพิงสำหรับนั่ง ซึ่งหากเป็นไปได้ไม่ควรใช้เก้าอีกพลาสติกแข็งๆ หรือไม้ ควรใช้เก้าอี้ที่มีความนิ่มเนื่องจากเราต้องใช้เวลาในการนั่งนวดประมาณ 30 นาที 
   
       ที่พักเท้า : ควรจะเลือกใช้เก้าอีตัวเล็กๆ ในครัวหรือโต๊ะที่มีความแข็งแรง เนื่องจากต้องรองรับน้ำหนักเท้าเราจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายของอุปกรณ์
   
       กะละมังหรืออ่างพลาสติก : ต้องคำนึงถึงขนาดเท้าที่จะแช่ และควรจะเลือกที่สามารถวางบนโต๊ะหรือเก้าอี้ที่พักเท้าพอดิบพอดีไม่ให้ใหญ่จนเกินไป 
   
        นอกจากนั้นก็จะมี "ผ้าขนหนู" สำหรับเช็ดทำความสะอาดเท้า และเรายังสามารถเพิ่มความผ่อนคลายได้โดยการใช้ น้ำมันนวด ยาหม่อง ครีมหรือโลชั่น สำหรับนวดเท้าเพื่อบำรุงสุขภาพเท้า (แต่แนะนำว่าควรเป็นครีม เนื่องจากเนื้อครีมมีความเหนียวมากกว่าโลชั่น) 

        โดยวิธีการนวดเราควรเริ่มจากทำความสะอาดเท้าตามซอกเล็บซอกนิ่วและส่วนที่หยาบกร้าน ซึ่งอาจจะใช้ "สคลับ" หรือ "หินขัดผิว" เป็นตัวช่วย ก่อนจะแช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 10 นาที เพื่อให้เลือดหมุนเวียน หลังจากนั้นนำเท้าขึ้นมาพัก ประคบด้วยผ้าที่ชุบน้ำอุ่นสักครู่ (ขั้นตอนการนวดควรทำที่ละข้าง) หลังจากนั้นเช็ดให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นหรือจะเลือกใช้น้ำมันสมุนไพรยาหม่องต่างๆ เพื่อช่วยในการนวดผ่อนคลายและสะดวกในการนวด ทาให้ทั่วบริเวณเท้าขึ้นมาจนถึงบริเวณหน้าแข้งและน่อง จากนั้นค่อยๆ คลึงนวดเบาๆ ให้ทั่วบริเวณเท้าสักระยะเป็นการเตรียมความพร้อมเท้า
   
        1.ใช้มือจับเท้าข้างที่จะนวด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดไล่กันไปลงบริเวณฝ่าเท้าด้านบนช้าๆ สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดลงที่บริเวณเนื้อของหัวแม่โป้งเท้า ควรนวดทั้งด้านหน้าและด้านข้าง 
   
        2.หลังจากนั้น ถัดนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างมากดบริเวณฝ่าเท้าส่วนกลางค่อยๆ ไล่ขึ้นควบคู่กับบริเวณส่วนของส้นเท้า ทั้งนี้ควรนวดไปในทิศทางเดียว คือนวดขึ้น และทำอย่างน้อยครั้งละ 5 นาที ก่อนจะใช้ข้อศอกกดแช่ลงบริเวณฝ่าเท้า 2 - 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5-10 วินาที
   
        3.เมื่อครบกำหนดหรือรู้สึกผ่อนคลายให้ใช้นิ้วหัวแม่มือจับที่ตาตุ่มนวดเบาๆ โดยการคลึงให้เป็นวงกลม จากนั้นค่อยๆ ไล่จากตาตุ่มโค้งขึ้นมาลงมาถึงส้นเท้าด้านข้างและสลับเลื่อนขึ้นไปบริเวณข้อเท้า
   
        4.ใช้มือที่ถนัดค่อยๆ นวดคลึงเบาๆ บริเวณข้อนิ้วเท้าบนและจมูกเท้า (เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ใส่ส้นสูงบ่อย) แต่ละข้อไปมา แล้วค่อยๆ ดึงนิ้วจนครบ 5 นิ้ว 
   
        5.ปิดท้ายก่อนจะนวดเท้าอีกข้างในลักษณะรูปแบบเดียวกัน ด้วยการใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่ข้อเท้าบีบเบาๆ คลายเส้น และเพื่อให้กล้ามเนื้อเท้า-ขา ปรับสภาพ เสร็จแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 30 - 60 นาที และควรโรยแป้งป้องกันความลื่นจากครีมและน้ำมันที่นวด 
        ข้อมูลบางส่วนจาก www.baimintspa.com


TAG : เรียนนวดเท้า,สอนนวดเท้า,การนวดเท้า,โรงเรียนสอนนวดเท้า,เรียน นวด ฝา เท้า,เรียน นวด ฝ่าเท้า ที่ไหน ดี,เรียนนวดเท้า วัดโพธิ์,เรียนนวดเท้า เชียงใหม่